Covid 19 กับวิกฤติรัฐบาล

ปรากฏการณ์ “น้าค่อม”
.
น้าค่อมต้องต่อสู้อย่างเปล่าเปลี่ยวเดียวดาย เพราะติดเชื้อโควิด จึงไม่ได้มีโอกาสให้ญาติ มิตร ครอบครัว เข้าเยี่ยมขณะอยู่โรงพยาบาล
.
จนกระทั่งแม้เสียชีวิต ก็ต้องสวดแล้วเผาทันที เพราะมีเชื้อโควิด ไม่สามารถจัดงานศพได้
.
มีคนเสียชีวิตด้วยการติดเชื้อโควิดกว่าร้อยคน แต่ “น้าค่อม” เป็นตำนานตลกของคนไทยที่คุ้นเคย จึงรู้สึกช็อค
.
หากมี “วัคซีน” คนไทยจำนวนมาก รวมทั้งน้าค่อมคงไม่ตาย
.
งานจึงเข้ารัฐบาล ตอกย้ำว่า “ประเมินพลาด” ดันไปเบาใจ เพราะตัวเลขผู้ติดเชื้อต่ำ รัฐบาลคุมอยู่ ไม่ได้วางแผนจัดซื้อวัคซีน เล่นตัว ด้วยเหตุใดจริงๆ ทราบ แต่เอาเป็นว่าไม่ต้องพูด
.
แต่ที่ไม่เข้าใจคือ รัฐบาลจะไม่ทราบเลยหรือว่า วัคซีนคือ “ทางออกหนีไฟ” ในเรื่องโควิด อย่างที่รัฐบาลทั่วโลกเข้าใจตรงกัน รีบหาวัคซีนฉีดให้ประชากร ไม่สนว่ายี่ห้อไหน ถึงขนาดนายกรัฐมนตรี ประธานาธิบดีทั่วโลก โทรหาประธานบริษัทไฟเซอร์โดยตรง
.
ไม่ว่านายกรัฐมนตรีประเทศอิสราเอล โทรหาถึง 30 ครั้ง ตื๊อเช้าตื๊อเย็น ขอให้ขายวัคซีนให้ประเทศเขา หรือประเทศญี่ปุ่น นายกฯ ของเขาก็โทรตรงหาเอง
.
เพราะรู้ว่า วัคซีนไม่ใช่แค่สร้างภูมิคุ้มกันหมู่เท่านั้น แต่มีผลถึงเศรษฐกิจประเทศ ทำให้เปิดประเทศได้เร็ว โดยเฉพาะประเทศที่พึ่งพาการท่องเที่ยวอย่างไทยแลนด์
.
แถมประเทศอื่นยังกักตุนไว้เกินกว่าจำนวนประชากรที่มีเสียด้วยซ้ำ เพราะไม่ใช่แค่ฉีด 2 เข็มแล้วพอ แต่ปีหน้าก็ต้องวางแผนฉีดอีกทุกๆ ปี
.
ส่วนประเทศไทยแดนสนธยา เพิ่งตื่นเอาเมื่อก่อนสงกรานต์นี่เอง ตอนทองหล่อ คริสตัลคลับระบาดหนัก เนื่องจากคนรวยทำคนจนซวยทั่วประเทศ
.
เที่ยวนี้ออกข่าวเดินสายคุยสารพัดยี่ห้อวัคซีน ทั้งๆ ที่ประเทศอื่นเขาคุยมาตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่เราชิลล์ๆ
.
แล้วแทงหวยอยู่แค่ 2 เบอร์ 2 ยี่ห้อ แถมยี่ห้อนึงประสิทธิภาพต่ำแค่ 50% เศษๆ
.
กระแสวัคซีนในสังคมที่ตอนนี้เกิดขึ้น จึงไม่ใช่แค่ “ทัวร์ลง” แต่เป็น “ระเบิดลง” รัฐบาล
.
แม้แต่ตอนนี้ ยังกล้าๆ กลัวๆ ที่จะออกมาตรการ
.
ปีที่แล้วตัวเลขต่ำ ยังปิดห้าง เปิดแค่ซุปเปอร์มาร์เก็ต
.
แต่ปีนี้ตัวเลขพุ่งสูงปรี๊ด ก่อนสงกรานต์เห็นนรกมารอต่อหน้า ดันไม่กล้า “ล็อคดาวน์”
.
แล้วมาประดิษฐ์คำพูด “ขอความร่วมมือ” เอาตอนแพร่ระบาดหนักหลังสงกรานต์ แทนที่จะล็อคดาวน์ไปเลย ชาวบ้านเขาเจ็บมานานแล้ว ยอม “เจ็บแต่จบ” แต่นี่ “เจ็บซ้ำแล้วซ้ำเล่า”
.
คงกลัวเสียเงินเยียวยา หากเอาเงินไปซื้อวัคซีนตั้งแต่ปีที่แล้ว ตอนที่เกิดระบาดหนักๆ มีตัวอย่างให้เห็น เช่น ประเทศอังกฤษ ประเทศสหรัฐอเมริกา คงไม่บรรลัยถึงขนาดนี้
.
ตอนนี้ แม้แต่ร้านอาหารก็ไม่ให้นั่งกิน พาซวยไปถึงร้านก๋วยเตี๋ยว ร้านข้าวมันไก่ ปิดหมด
.
แต่ดันให้ห้างเปิดได้ แม้ไม่มีคนเดิน มีแต่หมาเดิน หากมันรู้จักการเดินช็อปปิ้งในห้าง
.
นี่ถ้าน้าค่อมอยู่ คงเอ่ยวลีคุ้นหูว่า “ไอ้สัส”
.
RIP น้าค่อม ขอให้ไปสู่สุขคติ เป็นดาวตลกบนฟ้านะครับ

ที่มา ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *